- สำหรับกรณีของธนาคารกสิกรไทย บริษัทได้รับอนุมัติการปรับโครงสร้างหนี้จากธนาคารแล้วเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 และมีกำหนดลงนามในสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ในวันที่ 12 มิถุนายน 2569
- สำหรับกรณีของธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH Bank ซึ่งได้ดำเนินคดีต่อบริษัทในฐานะผู้ค้ำประกันสินเชื่อของบริษัท โบทานี เพ็ทแคร์ จำกัด ปัจจุบันโบทานีอยู่ระหว่างจัดทำแผนธุรกิจ ประมาณการกระแสเงินสด (Projected Cash Flow) และแผนการชำระหนี้ เพื่อนำเสนอต่อฝ่ายปรับโครงสร้างหนี้ของ LH Bank หากแผนดังกล่าวได้รับการอนุมัติ บริษัทคาดว่าจะไม่มีภาระในการชำระหนี้ดังกล่าวแทนโบทานี อย่างไรก็ตาม บริษัทจะติดตามการดำเนินงานและการปฏิบัติตามแผนชำระหนี้ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด
จากผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมีอัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเวียน (Current Ratio) อยู่ที่ 0.26 เท่า ซึ่งสะท้อนว่าหนี้สินหมุนเวียนมีจำนวนสูงกว่าสินทรัพย์หมุนเวียน อย่างไรก็ตาม บริษัทมีกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานจำนวน 119.58 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอต่อการชำระดอกเบี้ยและภาษีรวมจำนวน 40.20 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าบริษัทยังคงสามารถดำเนินธุรกิจได้ด้วยกระแสเงินสดที่เกิดจากการดำเนินงานของตนเอง
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมีหนี้สินรวมจำนวน 1,985 ล้านบาท ประกอบด้วย
- หนี้สินหมุนเวียน จำนวน 2,601 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่ประกอบด้วย เจ้าหนี้การค้า 394 ล้านบาท เงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน 398 ล้านบาท หุ้นกู้ 1,292 ล้านบาท และเงินกู้ยืมระยะสั้นจากกิจการอื่นและกิจการที่เกี่ยวข้องกัน 229 ล้านบาท
- หนี้สินไม่หมุนเวียน จำนวน 384 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นหนี้สินภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีจำนวน 262 ล้านบาท
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Interest-Bearing Debt to Equity Ratio: IBD/E) อยู่ที่ 2.96 เท่า
บริษัทยังคงมีกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานที่สามารถรองรับการดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน บริษัทได้ดำเนินการเจรจากับสถาบันการเงินทุกแห่งเพื่อปรับโครงสร้างภาระหนี้ โดยได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากสถาบันการเงินเป็นอย่างดี ซึ่งจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารสภาพคล่องและลดภาระการชำระหนี้ในระยะสั้น
เนื่องจาก LH Bank ได้อนุมัติวงเงินสินเชื่อให้แก่บริษัท โบทานี เพ็ทแคร์ จำกัด โดยอาศัยวงเงินสินเชื่อและการค้ำประกันจากบริษัทเป็นส่วนหนึ่งของเงื่อนไขการอนุมัติสินเชื่อ บริษัทได้เจรจาขอปลดภาระค้ำประกันในช่วงที่มีการจำหน่ายเงินลงทุนในโบทานี อย่างไรก็ตาม ธนาคารไม่อนุมัติการปลดภาระดังกล่าว เว้นแต่จะมีการชำระคืนหนี้เงินกู้ของโบทานีต่อธนาคารครบถ้วน
ผลประกอบการได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว อันเป็นผลจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และความขัดแย้งระหว่างประเทศ ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลงจากค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ ลูกค้ายังคงมีสินค้าคงคลังอยู่ในระดับสูง จึงชะลอการสั่งซื้อสินค้า ขณะเดียวกัน การแข็งค่าของเงินบาทส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยลดลงเมื่อแปลงกลับเป็นเงินบาท ส่งผลให้ยอดขายโดยรวมลดลง
บริษัทมองว่าปัจจัยดังกล่าวเป็นปัจจัยชั่วคราว อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อกระตุ้นคำสั่งซื้อจากผู้จัดจำหน่าย (Distributors) และขยายโอกาสทางการตลาดเพิ่มเติม โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นผลเชิงบวกต่อยอดขายตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2569 เป็นต้นไป
ในไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทได้รับผลกระทบจากปริมาณการขายที่ลดลง การแข็งค่าของเงินบาท และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นของบริษัทย่อยในสหราชอาณาจักร ส่งผลให้ผลการดำเนินงานของบริษัทยังคงขาดทุน แม้ไม่รวมผลกระทบจากรายการพิเศษก็ตาม
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น ได้แก่ อัตราแลกเปลี่ยนและสัดส่วนการขายสินค้า (Sales Mix) สำหรับธุรกิจในประเทศไทย แม้อัตรากำไรขั้นต้นจะได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาท แต่บริษัทยังคงสามารถควบคุมต้นทุนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเพียงเล็กน้อยในระดับต่ำกว่า 2% ในส่วนของธุรกิจในสหราชอาณาจักร ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าธุรกิจในประเทศไทย และมีสัดส่วนยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 68% ของยอดขายรวมในไตรมาส 1 ปี 2569 เทียบกับ 49% ในปี 2568 ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมของกลุ่มบริษัทลดลง บริษัทมีแผนเพิ่มสัดส่วนยอดขายของผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูง รวมถึงการออกผลิตภัณฑ์ใหม่และการบริหารต้นทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้นในระยะถัดไป
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมีหนี้สินรวมจำนวน 1,985 ล้านบาท ประกอบด้วยหนี้สินหมุนเวียนและหนี้สินไม่หมุนเวียนตามรายละเอียดข้างต้น
บริษัทมีแผนบริหารภาระหนี้ผ่านการปรับโครงสร้างหนี้กับสถาบันการเงิน การบริหารกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การควบคุมค่าใช้จ่าย และการพิจารณาจำหน่ายสินทรัพย์หรือเงินลงทุนบางส่วนตามความเหมาะสม เพื่อเสริมสภาพคล่องและลดภาระทางการเงินในอนาคต
ปัจจุบันบริษัทยังไม่มีความจำเป็นในการเพิ่มทุนหรือออกหุ้นใหม่ อย่างไรก็ตาม หากเศรษฐกิจโลกมีความผันผวนรุนแรงจนส่งผลให้รายได้จากการขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ กระแสเงินสดจากการดำเนินงานไม่เพียงพอ และบริษัทไม่สามารถจำหน่ายเงินลงทุนที่มีอยู่ได้ บริษัทอาจพิจารณาทางเลือกในการเพิ่มทุนหรือออกหลักทรัพย์ใหม่เพื่อเสริมสภาพคล่องในอนาคต
โดยรวมผลตอบแทนจากการลงทุนบางรายการยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่บริษัทคาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม บริษัทเชื่อว่ายังมีโอกาสในการสร้างมูลค่าจากเงินลงทุนบางส่วน โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักร หากสามารถดำเนินการจำหน่ายเงินลงทุนดังกล่าวได้ตามแผนที่วางไว้
ณ ปัจจุบัน บริษัทไม่พบปัจจัยที่บ่งชี้ถึงความจำเป็นในการตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าของสินทรัพย์เพิ่มเติม
ผู้สอบบัญชีได้ระบุประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการดำเนินงานต่อเนื่อง (Going Concern) ของบริษัท ได้แก่
- กลุ่มบริษัทและบริษัทมีหนี้สินหมุนเวียนสูงกว่าสินทรัพย์หมุนเวียน
- บริษัทไม่สามารถดำรงอัตราส่วนทางการเงินตามเงื่อนไขในสัญญาเงินกู้ของสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง
- บริษัทถูกดำเนินคดีจากสถาบันการเงินในกรณีผิดนัดชำระหนี้และภาระค้ำประกัน รวมถึงความเสี่ยงที่เจ้าหนี้รายอื่นอาจใช้สิทธิเรียกชำระหนี้ก่อนกำหนด
- บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้กับสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ บริษัทได้รับอนุมัติหลักการปรับโครงสร้างหนี้จากเจ้าหนี้บางรายแล้ว และอยู่ระหว่างการเจรจากับเจ้าหนี้รายอื่นอย่างต่อเนื่อง
ในส่วนของหนี้สถาบันการเงิน บริษัทประเมินว่าความเสี่ยงอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ เนื่องจากอยู่ระหว่างกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้และได้รับความร่วมมือจากสถาบันการเงินเจ้าหนี้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของหุ้นกู้ ความเสี่ยงยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะหากผลการดำเนินงานยังคงขาดทุนต่อเนื่องจนส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมีอัตราส่วน IBD/E อยู่ที่ 2.96 เท่า
ฝ่ายบริหารยืนยันว่า ณ ปัจจุบันยังไม่พบรายการอื่นที่อาจนำไปสู่การตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าหรือการปรับปรุงงบการเงินเพิ่มเติมอย่างมีนัยสำคัญ ยกเว้นกรณีการพิจารณาค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญของดอกเบี้ยค้างรับจากบริษัทย่อย ซึ่งจะต้องประเมินตามข้อเท็จจริงและมาตรฐานการบัญชีที่เกี่ยวข้องต่อไป