NRF โชว์ผลงานงวด 6 เดือนแรกปี 65 ท็อปฟอร์ม ดันกำไรสุทธิเติบโตกว่า 164% หลังบริษัทสตาร์ทอัพที่เข้าลงทุนพลิกมีกำไร สะท้อนแผนการลงทุนที่ชัดเจน ฟากธุรกิจอีคอมเมิร์ซเติบโตแกร่ง เร่งเครื่องขายสินค้าบนแพลตฟอร์ม Amazon

16 August 2022

บมจ.เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์’ หรือ NRF ผู้ผลิตและส่งออกอาหารและเครื่องปรุงรสชั้นนำ โชว์ผลงานไตรมาส 2/65 กวาดรายได้จากการขาย 546 ล้านบาท และทำกำไรสุทธิ 39.5 ล้านบาท หนุนผลงานในงวด 6 เดือนแรกเติบโตแข็งแกร่ง มีรายได้จากการขายรวม 1,149 ล้านบาท เติบโต 25% และกำไรสุทธิ 68.4 ล้านบาท เติบโตก้าวกระโดด 164.1% หลังบริษัทสตาร์ทอัพที่เข้าลงทุนพลิกมีกำไร สะท้อนแผนการลงทุนที่ชัดเจน ด้านธุรกิจอีคอมเมิร์ซเติบโตแรง พร้อมเร่งเครื่องขายสินค้าบนแพลตฟอร์ม Amazon ภายใต้ตราสินค้า Prime Labs, SOL Trading, WellPath เดินหน้าแผนงานปี 65 รุกเข้าสู่กลุ่ม Food & Nutritional Supplement ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อสุขภาพและความงาม วางจำหน่ายเพื่อรองรับปริมาณความต้องการซื้อของผู้บริโภค

นายแดน ปฐมวาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ NRF ผู้ผลิต จัดหา และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปรุงรสอาหาร อาหารสำเร็จรูป เครื่องปรุงสำหรับประกอบอาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาหารโปรตีนจากพืช อาหารสำเร็จรูปพร้อมปรุงและพร้อมรับประทานและเครื่องดื่มสำเร็จรูปชนิดผงและน้ำ เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 546 ล้านบาท เติบโต 21.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้จากการขาย 448.1 ล้านบาท เนื่องจากรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นจากธุรกิจ E-commerce กว่า 116.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ การรับรู้รายได้จากบริษัท BOOSTED NRF Corp. ซึ่งเป็นบริษัทที่มุ่งเน้นการขายสินค้าบนแพลตฟอร์ม Amazon.com ภายใต้ตราสินค้า Prime Labs, SOL Trading, WellPath และบริษัท Indeem Group ซึ่งเป็นธุรกิจการขายตรง (Multi-level marketing) ในประเทศ ทั้งนี้ สำหรับโครงสร้างรายได้จากการขายไตรมาส 2/2565 แบ่งเป็น ผลิตภัณฑ์อาหารไทยและอาหารท้องถิ่น (Specialty) คิดเป็น 63% ผลิตภัณฑ์อาหารจากพืช คิดเป็น 11% และ ธุรกิจ E-commerce คิดเป็น 26%

ส่วนกำไรสุทธิไตรมาส 2/2565 ทำได้ 37.1 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ 39.5 ล้านบาท เติบโต 191.1% และ 269.5% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 10.7 ล้านบาท และกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ 12.8 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการบันทึกกำไรจากการรับหุ้น AUSA.CN ที่เพิ่มขึ้น ซึ่ง Australis Capital Inc. ได้ชำระค่าหุ้น GTH ที่ค้างชำระแก่บริษัทฯ และรับรู้ส่วนแบ่งผลขาดทุนลดลงจากบริษัท Plant And Bean Ltd. เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินปอนด์สเตอริงแข็งค่า ส่งผลดีต่ออัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 6.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่ภาพรวมผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2565 (มกราคม-มิถุนายน) มีรายได้จากการขายรวม 1,149 ล้านบาท เติบโต 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีรายได้จากการขายรวม 919.9 ล้านบาท โดยมาจากผลิตภัณฑ์อาหารไทยและอาหารท้องถิ่น รวมถึงอาหาร specialty ซึ่งมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นในทุกภูมิภาค ยกเว้นทวีปยุโรปและทวีปอเมริกาจากผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องประกอบอาหาร (recipe mix) ภายใต้แบรนด์ของ NRF และ City Food และรับรู้รายได้จากกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง (บริษัท Botany Petcare จำกัด) ประกอบกับรายได้จากการขายของกลุ่มธุรกิจ E-commerce ที่เติบโตได้ดี ชดเชยกับรายได้จากการขายของกลุ่มธุรกิจอาหารจากพืชที่ลดลง ส่วนกำไรสุทธิทำได้ 62.7 ล้านบาท โดยเป็นกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ 68.4 ล้านบาท เติบโต 87.2% และ 164.1% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 25.9 ล้านบาท โดยเป็นกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ 33.5 ล้านบาท ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 202.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน นับเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดด ภายหลังจากบริษัทสตาร์ทอัพ ที่เข้าลงทุนพลิกตัวมีกำไร ตอกย้ำแผนการลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาวของ NRF

“ปัญหาตู้คอนเทนเนอร์สินค้าไม่เพียงพอต่อความต้องการ ยังคงส่งผลกระทบต่อความสามารถของบริษัทฯ ในการส่งออกสินค้าตามกำหนดเวลา ส่งผลให้การรับรู้รายได้บางส่วนถูกเลื่อนออกไป แม้ว่าค่าระวางเรือขนส่งสินค้าปรับลดลงแล้ว แต่ราคายังคงสูงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิด COVID-19 อย่างไรก็ตามคาดว่าสถานการณ์ด้านโลจิสติกจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการระบาดของโรค COVID-19 สายพันธุ์โอมิครอนในไตรมาสที่ผ่านมาไม่ได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่สถานการณ์ระหว่างยูเครนและรัสเซียส่งผลให้ราคาวัตถุดิบและพลังงานเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี เนื่องจากเงินบาทอ่อนค่าและบริษัทฯ มีสัดส่วนรายได้จากการส่งออกค่อนข้างมาก จึงไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่ออัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทฯ ” นายแดน กล่าว

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NRF กล่าวเพิ่มเติมว่า แผนการดำเนินงานปี 2565 ได้รุกเข้าสู่กลุ่ม Food & Nutritional Supplement เพื่อรองรับความต้องการซื้อของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน  โดยแผนการขยายตลาดและผลิตภัณฑ์ในประเทศไทย ล่าสุดได้ลงนามความร่วมมือทางธุรกิจกับบมจ. วินเนอร์ยี่ เมดิคอล หรือ WINMED ผู้นำเข้าและจำหน่ายเครื่องและชุดอุปกรณ์สำหรับการเก็บ การตรวจวิเคราะห์ วินิจฉัย และการบำบัดรักษาทางการแพทย์ เพื่อนำผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม ออกจำหน่ายผ่านช่องทางออฟไลน์ และออนไลน์ของ WINMED ซึ่งการร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นการผนวกจุดแข็งของทั้ง 2 บริษัท เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้ากลุ่ม Supplement ที่ขายดีระดับ Amazon Best Seller อาทิ แบรนด์ WellPath, แบรนด์ Prime Labs ได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวครอบคลุมทั้งเพศหญิง เพศชาย รวมทั้งกลุ่มแม่และเด็กอีกด้วย นอกจากนี้ ยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ที่ใส่ใจและมุ่งมั่นในด้านความยั่งยืนเพื่อผู้บริโภคและโลกใบนี้

พร้อมกันนี้ ในช่วงที่ผ่านมา NRF เดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยได้เปิดตัว “alt. Eatery” ซึ่งเป็นคอมมูนิตี้อาหารโปรตีนจากพืช (Plant-based) เพื่อนำเสนอไลฟ์สไตล์โลกอนาคตแห่งแรกในกรุงเทพฯ โดยดำเนินการผ่าน Nutra Regenerative Protein Co. Ltd หรือ NRPT ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบจ. อินโนบิก (เอเซีย) และบจ. โนฟ ฟู้ดส์ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ NRF โดยมุ่งเน้นกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพและสิ่งแวดล้อม นำเสนออาหาร Plant-based นานาชนิดที่คัดสรรจากผู้ประกอบการไทย และจะมีการจัดกิจกรรม Workshop สอดแทรกความรู้นวัตกรรมอาหารและการดูแลสิ่งแวดล้อม ใช้พลังงานสะอาดจาก Solar Roof พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับโลกแห่งอนาคต อาทิ จุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อเป็นโมเดลต้นแบบการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้เสริมแกร่งธุรกิจ Ethnic and Specialty Food โดยได้เปิดตัวโรงงานผลิตอาหารสัตว์ Botany Petcare เพื่อผลิตอาหารและอาหารทานเล่นสัตว์เลี้ยง เบื้องต้นมีกำลังการผลิต 400 ตันต่อเดือน และมีแผนจะขยายกำลังการผลิตในช่วงไตรมาส 4/2565 อีก 1,000 ตันต่อเดือน เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับแผนธุรกิจที่จะขยายตลาดให้ครอบคลุมภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยโรงงานแห่งนี้ได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กระบวนการก่อสร้างและกระบวนการผลิตที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากกรมปศุสัตว์ ทั้งนี้ สำหรับการลงทุนในโรงงานผลิตอาหารสัตว์ นับเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่จะเสริมแผนการดำเนินงานให้ครอบคลุมการเป็นผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงชั้นนำและเป็นผู้ผลิตอาหาร Specialty ที่ยั่งยืนในอนาคต